อนุกูล ตังคณานุกูลชัย

  เมื่อ: วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 13th, 2016, หมวด บทความ, ผู้ว่าราชการ

อนุกูล ตังคณานุกูลชัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2

ภาพรวมของจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งน่าอยู่ น่ากิน และน่าเที่ยว 

จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร และอยู่ใกล้เคียงกับจังหวัดอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ซึ่งมีประชากรหนาแน่น เช่น ปทุมธานี นนทบุรี ชลบุรี และสมุทรปราการ ประกอบกับจังหวัดฉะเชิงเทรามีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวด้านศาสนา แหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน  ความโดดเด่นด้านอาหารและของกิน เป็นต้น จึงทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก จำนวนประชากรของจังหวัดฉะเชิงเทรา มีทั้งสิ้นแยกเป็น ชาย 344,625 คน หญิง 358,561 คน รวม 703,186 คน (ข้อมูลเดือนกันยายน 2559)

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันผู้มีคน
เดินทางมานมัสการปิดทองหลวงพ่อพุทธโสธรกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชาวเมืองแปดริ้วเองหรือชาวจังหวัดต่างๆ ก็นิยมมาสักการะเพื่อความเป็น
สิริมงคล นิยมมาแก้บนหลวงพ่อโสธรด้วยไข่ต้ม ละครชาตรี ผลไม้ และพวงมาลัย ขอแนะนำนักท่องเที่ยวควรแต่งกายให้สุภาพเมื่อมาที่นี่ แต่ถ้าหากใครแต่งกายไม่สำรวมทางวัดก็มีชุดให้บริการ วัดปากน้ำโจ้โล้ เป็นวัดที่มีพระอุโบสถสีทองอร่ามตาถือเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ทาสีทองทั้งหลัง มีความสวยสง่างาม ทั้งภายในและภายนอก เมื่อมาที่วัดนี้นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นได้ว่า โดยรอบพระอุโบสถนั้น ตกแต่งด้วยพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งวัดปากน้ำโจ้โล้มีเรือโบราณในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินเก็บรักษาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชมกันอีกด้วย ความพิเศษยังไม่หมด เพราะว่าเรายังสามารถลอดใต้ฐานพระประธานในโบสถ์ได้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และวัดสมานรัตนาราม เป็นที่ประดิษฐานของพระพิฆเนศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่นิยมมาสักการะบูชา พร้อมทั้งกระซิบข้างหูของหนู ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า เพื่อฝากคำขอต่างๆ นำไปบอกต่อพระพิฆเนศ และมีพิพิธภัณฑ์ภายในวัด เป็นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวัด และพระพิฆเนศให้นักท่องเที่ยวได้ทราบกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเจ้าแม่กวนอิมปางประทานบุตร องค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่จะประทานพรให้กับทุกคนที่มาสักการะ มีองค์เทพต่างๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีวัดโพรงอากาศ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพิฆเนศองค์นั่งประทานพร อุทยานพระพิฆเนศองค์ยืน ปางสำริด และ วิหารแปดเซียน

ส่วนสถานที่ที่มีอาหารมากมาย เช่น ตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีวิถีชีวิตเดิมที่โดดเด่นที่แตกต่างจากชุมชนอื่นๆ นั้น คือบ้านเรือนมีเอกลักษณ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นศูนย์รวมวิถีชีวิต ที่มีภาพลักษณ์ในยุคสมัยที่ผ่านมา เหมือนครั้งรุ่นคุณปู่ คุณย่า อาศัยพำนักอยู่ เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์และละครย้อนยุคของชุมชนชาวจีน เช่น อยู่กับก๋ง นางนาค เจ้าสัวสยาม มีร้านขายของและร้านอาหารที่มีความหลากหลาย เป็นที่รวบรวมอาหารรสเด็ดของแปดริ้วปัจจุบันเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเที่ยวสไตล์วิจเทจหน่อยๆ หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบกินอาหารโบราณแปลกๆ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมา ณ ที่แห่งนี้ จะได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงพร้อมกับรอยยิ้ม และความมีน้ำใจของพ่อค้าแม่ขาย ในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ จำหน่ายมากมายทั้ง อาหาร ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว กาแฟโบราณ เครื่องดื่มโบราณสมุนไพร ขนมทั้งไทย-จีน ของเล่นโบราณ ของฝากที่ระลึกต่างๆ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลาดคลองสวน 100 ปี เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ในอดีตคลองสวนเป็นเส้นทางสำหรับเดินทางไปกรุงเทพมหานคร จากประตูน้ำ (ฉะเชิงเทรา) แล่นผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลาดคลองสวน 100 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ  ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ภายในแบ่งตลาดออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งสมุทรปราการ และฝั่งฉะเชิงเทราสามารถเดินชมได้ทั้งสองฝั่ง วิถีชีวิตของชาวคลองสวน ทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม วัฒนธรรมผสมผสาน การดำรงชีวิตประจำวัน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้าง เช่น โรงเจ วัด สุเหร่า จะตั้งอยู่ใกล้เคียงกันตลาดแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ตลอดจนพ่อค้าแม่ขายมากมาย ที่มาพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วท่านจะกลับไปพร้อมกับความสุข ตลาดเปิดขายทุกวัน ด้านสถานที่พักก็มีมากมายแล้วแต่ความชื่นชอบ เช่น เกาะลัดรีสอร์ท บ้านพักบนเกาะ มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบเกาะลัดพร้อมชมธรรมและหิ่งห้อย บางปะกงฟาร์ม มีให้เลือกทั้งโฮมสเตย์และรีสอร์ท สัมผัสวิถีชุมชนกลางสายน้ำแม่น้ำบางปะกงอย่างแท้จริง Dheva Resort ไม่ใช่แค่กลิ่นของสายน้ำที่คุณจะได้สัมผัส แต่สายลมพัดหอบเอาความหอมของกลิ่นต้นข้าวมาจากแปลงนาเกษตรอินทรีย์ใกล้ๆ รีสอร์ทสวยแห่งนี้ด้วย

%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b22

จุดเด่นและศักยภาพที่โดดเด่นของจังหวัดฉะเชิงเทรา

มีทำเลที่ตั้งใกล้กับ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เช่น
เส้นทาง Southern Economic Corridor และ East West Economic Corridor เป็นต้น รวมทั้งตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือแหลมฉบัง มีความเข้มแข็งทางด้านอุตสาหกรรม โดยมีโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และส่วนประกอบ มีความเข้มแข็งทางด้านเกษตรกรรมปลอดภัยสูง เป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีศักยภาพในการเลี้ยงประชากรในประเทศและ
ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น มะม่วง ไข่ไก่ ข้าว ปลากะพง สุกร ที่มีชื่อเสียงของประเทศ เป็นต้น ทั้งยังมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรที่มีศักยภาพสูง และมีบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ที่ตรวจสอบมาตรฐานผลผลิตเกษตร มีครอบครัวและภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง เป็นต้นทุนทางสังคมที่ช่วยทำให้การพัฒนาจังหวัดในด้านต่างๆ มีโอกาสประสบผลสำเร็จสูง มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และประเพณี ที่เอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีศาสนสถานสำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในจังหวัด และเป็นแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมที่มีศักยภาพ มีระบบการให้บริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน โดยมีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพโดดเด่นหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว ที่เป็นต้นแบบด้านการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรงพยาบาลพนมสารคาม ที่เป็นโรงพยาบาลคุณภาพ HA (Hospital Accreditation) ดีเด่นระดับเขตและภาค เป็นต้น รวมทั้ง มีการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารปลอดภัยดีเด่นระดับเขตและประเทศ มีทรัพยากรน้ำและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น แม่น้ำบางปะกง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

ด้านการศึกษามีสถานศึกษาครอบคลุมและทุกวัย โดยมีโรงเรียนนวัตกรรมผู้สูงอายุต้นแบบระดับภาค รัฐบาลมีนโยบาย และแผนงานในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงบนเส้นทาง Southern Economic Corridor และ East West Economic Corridor โดยมีโครงการขนาดใหญ่ของประเทศมาดำเนินการหรือผ่านพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟรางคู่ เป็นต้น

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซูเปอร์คลัสเตอร์สำหรับกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ทำให้มีนักลงทุนสนใจมาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น นโยบายรัฐบาลกำหนดให้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ต้นแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industry) ซึ่งเอื้อให้เกิดการขยายผลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา

สรุปข้อมูลแผนพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2561-2564 

วิสัยทัศน์

“เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศ แหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างสมดุล สวัสดิการสังคมมีคุณภาพ และประชาชนสามารถเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง”

จุดเน้นทางยุทธศาสตร์

จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กำหนดจุดเน้นทางยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง โดยมีจุดเน้นที่สำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

1. เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว

2. แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

3. แหล่งผลิตเกษตรปลอดภัย (พืชผัก ปลากะพง ไข่ไก่ และสุกร)

พันธกิจ

1. พัฒนาระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมให้ได้มาตรฐาน รวมทั้ง
เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของชุมชน

3. พัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย

4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามแนวทางประชารัฐ

6. พัฒนาสังคมและการศึกษาให้มีคุณภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างเท่าเทียม และทั่วถึง

7. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

8. พัฒนาระบบบริหารยุทธศาสตร์ของจังหวัดให้สามารถผลักดันยุทธศาสตร์ของจังหวัดอย่างมีผลสัมฤทธิ์

เป้าประสงค์รวม

1. การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมีเสถียร-ภาพและยั่งยืน

2. ภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว และเกษตรกรรมมีขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากล

3. สวัสดิการสังคมมีคุณภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม

4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประเด็นยุทธศาสตร์

แผนพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา (พ.ศ. 2561–2564) ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งสิ้น 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 : พัฒนาศักยภาพการผลิตการบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 : พัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยวและบริการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและมีอัตลักษณ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 : พัฒนาการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร ให้เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 : พัฒนาสวัสดิการสังคม รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ครอบคลุมประชาชนทุกวัยอย่างทั่วถึง

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 : อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม
ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b23

ผลงาน โครงการ ด้านพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดฉะเชิงเทรา

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผลการดำเนินงานโครงการ ดังนี้

1. โครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) โดยได้รับจัดสรร จำนวน 1,279 โครงการ วงเงินงบประมาณ  463,031,500 บาท โดยโครงการเด่น (Best Practice) ของโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) คือโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเห็ดฟางโรงเรือน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา วงเงินงบประมาณ 450,000 บาท ซึ่งตัวโครงการสามารถตอบโจทย์แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนด้านผลผลิตของเห็ดฟางที่ปกติที่ต้องเก็บในช่วงเวลาเช้าแล้วต้องรีบนำไปขาย เพราะเก็บไว้ดอกเห็ดจะบาน ทำให้เสียราคา เกษตรกรไม่สามารถนำไปขายได้ในราคาประกัน รวมทั้งปัญหาของกลุ่มที่ต้องเก็บรักษาผลผลิตของสมาชิกไว้รอพ่อค้า ทำให้ผลผลิตสูญเสียน้ำหนัก เฉลี่ยร้อยละ 2 ของน้ำหนักปกติ เมื่อมีห้องเย็นสำหรับเก็บเห็ดฟางจึงทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

2. โครงการตามาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยได้รับจัดสรร จำนวน 28 โครงการ วงเงินงบประมาณ 80,318,837 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนผู้มีรายได้น้อยอ่อนแอลง โดยมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบลจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน การบริโภคและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการจัดสรรงบประมาณลงในระดับตำบล

3. โครงการสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรให้กลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรตามมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยได้รับจัดสรรจำนวน 11 โครงการ วงเงินงบประมาณ 18,418,900 บาท เพื่อตอบสนองการผลิตพืชผลการเกษตรของเกษตรกร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ข้าว ข้าวโพด ยางพารา มีต้นทุนการผลิตสูง และในปัจจุบันเริ่มขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งแรงงานภาคการเกษตรกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลการเกษตรต่างๆ เพื่อช่วยในการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของผลผลิต และลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร จึงเห็นควรให้จังหวัดจัดทำแผนงาน/โครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลการ เกษตร เช่น รถเกี่ยวข้าว รถนวดข้าว และรถไถ เป็นต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตตามนโยบายของรัฐบาล

4.  โครงการเกษตรปลอดภัยสูงจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (งบบริหารจัดการฯ) โดยได้รับจัดสรรจำนวน 200,000 บาท เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ มีการวางแผนและบูรณาการหน่วยงาน เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยกำหนดให้ผักปลอดสารพิษและเกษตรอินทรีย์เป็นสินค้าต้นแบบในการพัฒนา ภายใต้ชื่อโครงการ “เกษตรปลอดภัยสูงจังหวัดฉะเชิงเทรา” 

%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b24

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 13th, 2016, หมวด บทความ, ผู้ว่าราชการ

Our Facebook Page